Welcome to the world where truth doesn't hurt

เผยโฉมภาพเขียน 3 ชิ้นจากโรงแรมในญี่ปุ่นที่ไฮโซปอร์เช่ครอบครอง

วงการศิลปะร่วมสมัยของไทยก้าวสู่ยุครุ่งเรือง เมื่อไฮโซไทยต่างเข้าใจแล้วว่า แค่มีรถสปอร์ต หรือของแบรนด์เนม แม่ค้าขายครีมใน IG ก็มีกันได้ ปีที่ผ่านมานี้ ไฮโซปอร์เช่-ปรพจน์ สัตถารุ่งเจริญวัฒนากิจไพบูลย์ เจ้าของสัมปทานประมงและผู้ส่งออกปลานกแก้วรายใหญ่ที่สุดของไทย จึงเริ่มสะสมงานศิลปะ ซึ่งเขาบอกว่า เป็นสิ่งที่เขาหลงไหลมานานแล้ว เพียงแค่เขาไม่อยากจะพูด

แต่วันนี้เขาเปิดปาก exclusive interview กับ Third World แบบสบายๆ ที่ Bangkok City City Gallery ซอยสาธร 1 คุณปอร์เช่ที่เราเคยรู้จักเขาแต่ในเรื่องแฟชั่น ใส่เสื้อยืดลายไฟ Thrasher กางเกงของ Vetements และรองเท้า Louis Vuitton x Supreme ที่เขามีก่อนแฟชั่นโชว์จะเริ่มเสียอีก แต่วันนี้เราจะไม่คุยกับเขาเรื่องแฟชั่น เพราะเป็นประเด็นที่คุณปอร์เช่บอกว่าเบื่อจะคุยแล้ว


คิดอย่างไรจึงเริ่มสะสมงานศิลปะครับ? ไม่คิดเลยครับ เพราะศิลปะมันอยู่ในตัวผม มันอยู่ในเซลเม็ดเลือด ผมเสพติดมันอย่างหนัก ถ้าวันไหนผมไม่ได้ดูงานศิลปะ ผมจะรู้สึกคลุ้มคลั่งเหมือนอาจารย์เฉลิมชัยปวดประจำเดือน


เราคิดว่าคุณปอร์เช่จะชอบไปเดินแต่ห้างหรู แต่ไม่รู้มาก่อนว่าชอบเดินมิวเซียมด้วย (หัวเราะ) อ่อครับ คือเวลาผมไปดูงานศิลปะ ผมชอบไปดูคนเดียวเงียบๆ เพื่อซึมซับงานให้มากที่สุด


มีมิวเซียมไหนที่แนะนำเป็นพิเศษไหมครับ? ผมชอบ BACC นะ (หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ) ผมชอบที่ขนาดอาคารอันใหญ่โตของมัน สร้างความคาดหวังว่าด้านในต้องเต็มไปด้วยศิลปะ แต่เมื่อเข้าไปแล้วกลับไม่มีงานอะไรให้ดูนัก แนวคิดที่ล้อเล่นกับความคาดหวังของคนหมู่มากแบบนี้ ผมคิดว่าเป็นอะไรที่ conceptual art มากๆ การไป BACC มันทำให้ผมรู้สึกเวิ้งว้างเหมือนงานกลางทะเลทรายของคริสโต้ หรือความรู้สึกเวลาดูหนังของคุณเจ้ย [อภิชาติพงศ์] ได้ยี่สิบนาทีแล้วต้องถามตัวเองว่า นี่ผมกำลังดูอะไรอยู่…?

ไม่ใช่ BACC แต่เป็นงานชื่อ Valley Curtain (1972) โดย Christo and Jeanne Claude

แล้วคุณปอร์เช่มีศิลปินที่ชื่นชอบคนไหนเป็นพิเศษบ้างครับ? ผมคิดว่ามนุษย์ทุกคนเป็นศิลปินครับ ทุกอย่างที่มนุษย์เราทำล้วนเป็นศิลปะ อย่างเวลาผมดูคนงานที่โรงงานของผมแกะเปลือกกุ้ง ผมก็มองว่ามันก็เป็นศิลปะ ผมจึงบอกคนงานเสมอว่า จงภูมิใจในสิ่งที่เขาทำอยู่ เพราะพวกเขากำลังสร้างงานศิลปะ และศิลปะไม่สามารถตีค่าเป็นตัวเงินได้ ผมจึงเลิกให้เงินเดือนพวกเขาเพื่อให้เขาทำงานโดยไม่มีเรื่องเงินมาเป็นปัจจัยทำให้ศิลปะไม่บริสุทธิ์


มาคุยเรื่องงาน 3 ชิ้นใหม่ที่เพิ่งซื้อมาดีกว่านะครับ อยากทราบว่า– (รีบขัด) โอ้ๆๆๆๆ อย่าใช้คำว่าซื้อเลยครับ งานศิลปะมันมีคุณค่ามากกว่าเงิน มันไม่ควรมีการซื้อขาย ใช้คำว่า acquire (ครอบครอง) น่าจะเหมาะกว่า


ครับ อยากทราบว่าสามชิ้นเด็ดที่คุณปอร์เช่เพิ่ง acquire มาใหม่ คือชิ้นไหนครับ? (หัวเราะ) แหม รู้ได้ยังไงเนี่ย ผมว่าผมซุกไว้ดีแล้วเชียว (หัวเราะ) ได้มาจากญี่ปุ่นครับ อ้อ นี่ไง มาพอดีเลย (คนงานพม่าสามนายเดินเรียงแถวถือภาพขนาดประมาณติดห้องโรงแรมมาคนละภาพ คุณปอร์เช่สั่งทั้งสามให้ยืนถือภาพเรียงหน้ากระดานให้เราดู) สามชิ้นนี้ครับ เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ จากญี่ปุ่นเลย พอดีมีผู้ใหญ่ในกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่สนิทกันมากท่านหนึ่ง ท่านถือมาฝากจากญี่ปุ่น (มองงานพลางลูบคางครุ่นคิด) มันเป็นภาพที่มีพลังมาก (หรี่ตา ครุ่นคิดหนัก) ผมสนใจบริบทของการเคยมีอยู่ของมัน ที่มันสื่อถึงภาวะแห่งปัจเจกที่เลื่อนไหลไปมาระหว่างจุดอ้างอิงและความคิดอันมากมายอย่างไม่หยุดนิ่ง เป็นการตั้งคำถามถึงภาวะย้อยแยงที่ความหมายถูกสร้างขึ้นและผลิตซ้ำอย่างลักลั่น เพื่อนำเสนอภาวะของความไม่คงที่ในฐานะที่สิ่งที่มีศักยภาพในการสร้าง ซึ่งท้าทายและปรับเปลี่ยนวิถีความเข้าใจและมโนทัศน์ของมนุษย์ตลอดเวลา เป็นการตั้งคำถามถึงความมีอยู่ของความไม่มีอยู่ รวมถึงต่อต้านเสถียรภาพและความลงรอยเพื่อนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น และปัจจัยที่สร้างความเป็นไปได้อื่นๆ เปิดโอกาสอันเชื้อเชิญให้ผู้ชมเดินทางผ่านสิ่งที่ดูเป็นเส้นเดี่ยวอันสับสนน่าฉงน เป็นการทับซ้อนที่ซับซ้อนต่อการดำรงอยู่ของสัญญาของผัสสะมนุษย์ และโลกแห่งวัตถุที่บิดเบือนมาบรรจบกับความเป็นปฏิปักษ์ต่อความมุ่งมันปราถนา ซึ่งมีการควบคุมแบบอัตโนมัติและดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เป็นการสำรวจบริบทแห่งความคุ้นเคยในการบริโภคของมวลชนและการทำพิธีกรรมในแต่ละวัน ก่อให้เกิดการสร้างบทสนทนาที่เสมือนการสานต่อการสอบสวนทุนนิยมและความมีอยู่ของการไม่มีอยู่



งานศิลปะ 3 ชิ้นล่าสุดที่คุณปอร์เช่ได้จากญี่ปุ่น

สามชิ้นนี้ได้มาจากแกลเลอรี่ไหนในญี่ปุ่นครับ จากโรงแรมครับ คือผมไม่เชื่อว่าศิลปะที่ดีต้องอยู่แต่ในแกลเลอรี่ พอดีท่านคนนี้เขาสะสมงานประเภทศิลปะหยิบยืม หรือ appropriation art ซึ่งท่านก็ทราบว่าเป็นแนวทางที่ผมชื่นชอบเหมือนกัน ท่านเคยเชิญผมไปค้างคืนที่บ้านของท่านแล้วผมประทับใจมาก ท่านเป็นนักสะสมตัวยง ข้าวของทุกชิ้นในบ้านของท่าน เป็นของที่ appropriate มาจากโรงแรมและเครื่องบินทั้งหมด ไม่ว่าจะแปรงสีฟัน ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน พรมเช็ดเท้า ข้าวของในห้องทำงานของท่านก็ appropriate มาจากที่ทำงานจริงๆ แม้แต่คนใช้ในบ้านของท่าน ท่านก็ลักพาตัวมาจากโรงแรมในเวียดนาม ซึ่งในแง่นี้ ผมมองว่าท่านไม่ได้เป็นแค่นักสะสมงานศิลปะ แต่ท่านเป็นศิลปินด้วย


งานศิลปะแบบไหนที่คุณปอร์เช่ชอบสะสมครับ ก็อย่างที่บอก ว่าผมชอบงาน appropriation art แล้วผมก็มีท่านจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาท่านนี้เป็นต้นแบบในการสะสมงานครับ ต่างกันที่ท่านเขาจะชอบพวกภาพเขียน ส่วนผมจะสนใจพวก sculpture มากกว่า ตอนนี้ผมก็สะสมพวกรูปปั้นตามวัด ตามสวนสาธารณะ ไฟถนน กรวยจราจร ตู้ไปรษณีย์ แต่ตอนนี้กำลังอยากได้ป้ายชื่อห้างพาราก้อน เพราะผมชอบงานที่พูดในประเด็นบริโภคนิยม ก็กำลังหาทางให้คนงานไปเอาลงมาอยู่


แบบนี้ไม่เรียกว่าขโมยเหรอครับ ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ (ฉุน) คือคอลเล็คเตอร์ในเมืองไทยส่วนใหญ่สะสมงานโดยใช้เงินซื้อ ซึ่งผมแอนตี้ตรงจุดนี้มาก ผมมองว่ามันทำให้งานศิลปะไม่บริสุทธิ์ ทุกครั้งที่เกิดการหยิบยืมหรือที่คุณใช้คำว่าขโมย มูลค่าของงานก็จะเพิ่มขึ้นเอง ดูงานโมนาลิซ่า, ฟาน ก๊ก, ปิกัสโซ่, โมเนต์ เป็นตัวอย่าง ในโลกศิลปะไม่มีคำว่าขโมยครับ อย่าลืมนะครับว่าไม่มีอะไรออริจินัล อย่างการ appropriate ภาพเขียนสามภาพนี้มาจากโรงแรม จุดประสงค์ที่แท้จริงของท่านคือต้องการเพิ่มคุณค่าและเรื่องราวให้ตัวงาน! ผมถึงบอกไง ว่าท่านคนนี้ไม่ได้เป็นแค่คอลเล็คเตอร์ แต่ท่านเป็นศิลปิน! จำไว้นะครับ Good artists copy. Great artists steal.


นอกจากจะมีความรอบรู้ด้านแฟชั่นและธุรกิจแล้ว วันนี้เรายังได้เรียนรู้มุมมองทางด้านศิลปะที่น่าสนใจจากคุณปอร์เช่ นี่คืออีกหนึ่งคนมีระดับที่หลงไหลศิลปะอย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่ศิลปินและคอลเล็คเตอร์ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง



© 2020 Dudesweet Co., LTD.
บทความบางชิ้นบนเว็บไซต์ Third World เป็นเรื่องแต่ง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


หากไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า ท่านสามารถใช้ภาพถ่าย, ภาพวาด, ข้อความ, บทความ ที่เขียนและถ่ายโดยทีมงาน Dudesweet/Third World ไปทำซำ้หรือเผยแพร่ได้เลยโดยไม่ต้องขอนุญาตเรา และไม่จำเป็นต้องลงเครดิต เราไม่ซี