Welcome to the world where truth doesn't hurt

เรียนจิตรกรรมฯ แต่ไปฝึกงานที่ Alexander Wang จนได้ทำงานที่ BOYY และเป็นดีไซเนอร์ให้ Louis Vuitton


เรารู้จัก มิ้นท์—อาภาณัฐ โอสถสงเคราะห์ ครั้งแรก ตอนที่ไปดูคอนเสิร์ตวงนอกสักวง ต่อมาก็ได้เห็นเธอปรากฏตัวในมิวสิกวิดิโอของวง PLOT จากนั้นก็ชวนให้มาเป็นนางแบบในงานส่งรอบคัดเลือกของการแข่งทำนิตยสาร NYLON Thailand เมื่อหลายปีก่อน (แน่นอน ภาพของเธอทำให้ทีมของเราเข้ารอบ) จากนั้นเราก็เจอกันบ้างตามคอนเสิร์ต ชวนกันไปอีเวนต์ ซื้อเสื้อจากร้านของมิ้นท์ แล้วก็ห่างกันไป จนมารู้ว่าเธอได้ไปฝึกงานที่ Alexander Wang


Alexander Wang!!! ตอนนั้นเราโคตรจะวี้ดว้ายเพราะไม่เคยได้ยินใครใกล้ตัวไปทำงานกับดีไซเนอร์ดัง ไม่นาน เธอก็ได้ร่วมงานกับ BOYY อยู่หลายปี แล้วปีล่าสุดนี้ก็ได้ไปทำงานกับ Louis Vuitton ถึงปารีส อะไรทำให้เธอกล้า และบ้าที่จะไปทำงานในที่เหล่านี้ได้ ทั้งที่มันไม่ใช่สายงานตรงกับที่เธอจบมาด้วยซ้ำ

สัมภาษณ์ โดย มนต์ทิพา วิโรจน์พันธุ์ @iarbuckle

"สวัสดี เราสภาพเหมือนเด็กหอหน่อยนะ แล้วก็ตัวดำมาก เพิ่งกลับจากทะเล” มิ้นท์ Zoom call กับเราตรงมาจากห้องของเธอ พอดีที่ฝรั่งเศสตอนนี้เป็นช่วงฮอลิเดย์ที่หยุดยาวกันเกือบเดือน จากนั้นเธอก็เริ่มเล่าการเดินทางในสายแฟชันของเธอให้ฟัง

มิ้นท์เรียนคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แน่นอนมันไม่เกี่ยวอะไรกับแฟชั่น แต่ด้วยความดื้อของเธอที่อยากเรียนทั้งอาร์ต และอยากทำรองเท้าด้วย ก็เลยไปลงคอร์สเรียนทำรองเท้าที่ลอนดอน แล้วเริ่มสะสมงานสเกตช์รองเท้าไว้ พอเยอะได้ที่ก็ร่อนใบสมัครไป 20 กว่าแบรนด์ จนผลงานเข้าตา Alexander Wang ทำให้เธอได้ไปฝึกงานที่นิวยอร์กเป็นเวลา 6 เดือน “เรียนจบยังไม่ทันรับปริญญาก็ไปฝึกงานเลย แล้วที่โชคดีคือมันเป็น paid internship (ฝึกงานแบบมีเงินเดือน) ด้วย”

Alexander Wang Fall 2016 — Backstage

มิ้นท์ได้เข้าไปอยู่ในทีมรองเท้าของ Alexander Wang การที่มีคนทำงานแค่ 3 คนเลยทำให้เธอได้เรียนรู้การทำงานหลายอย่าง ได้ไปช่วย backstage รวมถึงได้เรียนงานจากอเล็กซ์ที่มักเข้ามาประชุมทีมด้วยตัวเอง ซึ่งหากอยู่ทีมอื่นอาจจะไม่ได้ใกล้ชิดกับดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ขนาดนี้

Alexander Wang Fall 2016 — Backstage
Alexander Wang Fall 2016 — Backstage

เมื่อฝึกงานจบ มิ้นท์ยังรู้สึกว่าความรู้เรื่องแฟชันของเธอยังน้อยนิด จึงส่งใบสมัครฝึกงานต่อ และได้ไปทำงานกับ Yang Li ที่ลอนดอนเป็นเวลา 3 เดือน แต่คราวนี้เธอบอกว่าเป็นการฝึกที่โหดกว่างานที่ผ่านมา

Yang Li Studio

“จริง ๆ มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดี จากเคยทำงานบริษัทขนาดกลางที่ทั้งตึกมี 200 คน มาทำบริษัทที่มี 5 คน ทำให้เราได้เห็นสเกลการทำงานในบริษัทที่หลากหลาย บริษัทใหญ่เขาจะ organize ดีมาก อย่าง Alexander Wang เราทำแค่รองเท้า จะไม่ค่อยรู้อย่างอื่น ส่วน Yang Li ถึงคนจะน้อย แต่เราได้เห็นทุก process นอกจากทำรองเท้าก็ต้องช่วยเขาทำเสื้อผ้า womenswear, menswear และ footwear ทำ fitting เย็บนั่นนี่ ทำอะไรที่ไม่เคยทำ เช่น ได้วาดลายกราฟิกบนโค้ตกับแจ็กเก็ตในคอลเล็กชันนึง มันก็สนุกดี"

Yang Li Mens Fall 2017

หลังจากผ่านการฝึกงานมากับสองแบรนด์ มิ้นท์ก็กลับไทยด้วยความคิดที่อยากจะทำแบรนด์ของตัวเอง แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น มิ้นท์อยากหาประสบการณ์เพิ่มกับแบรนด์กระเป๋าที่ประสบความสำเร็จทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งคำตอบของเธอก็คือ BOYY แบรนด์ที่เธอชื่นชอบเป็นการส่วนตัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยส่งใบสมัครเข้าไป จนได้มีโอกาสร่วมงานกับ บอย—วรรณศิริ คงมั่น และ เจสซี่ ดอร์ซี่


“การทำงานช่วงแรก ฝั่งดีไซน์ยังไม่ได้มีทีมงานหลายคน เราเข้าไปเป็นดีไซเนอร์คนที่สองที่มาช่วยงานพี่บอยกับพี่เจสซี่ ปีต่อมาทีมก็เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มี assistant มาช่วยงานเรา จนปีสุดท้ายก็มี head designer ที่เก่งมากๆ เข้ามาช่วยดูแลการทำงานของทีม จากตอนแรกเราทำแค่ 2 คอลเล็กชันต่อปี จนตอนนี้ทีมดีไซเนอร์ใหญ่ขึ้นจนสามารถทำได้ถึง 4 คอลเล็กชัน"

BOYY Wonton Whipstitch

"ทีมที่ BOYY ค่อยข้างเล็ก เราช่วยกันทำทุกอย่าง ตั้งแต่ small leather goods, กระเป๋า main collections จนไปถึง collaboration กับ retail stores"

BOYY SS20 Card Holder With Strap 'Big Stitch'

“เราได้เรียนรู้จากพี่บอยและพี่เจสซี่เยอะมากๆ เรื่องคุณภาพและดีเทลเป็นเรื่องที่สำคัญสุดๆ ทุกอย่างมีความ handcraft หมด วัสดุทุกอย่างมาจากอิตาลี เราเลยได้โอกาสไปดูงานที่อิตาลีทุกปี”

ทุกอย่างดูเป็นไปได้สวยกับการทำงานที่นี่มา 3 ปี แต่มิ้นท์ก็รู้สึกว่าเธอต้องไปต่อ มิ้นท์ลาออกจาก BOYY เพราะรู้สึกว่ากลัวจะหมดไฟก่อนได้เริ่มทำแบรนด์ของตัวเอง


แล้วเหมือนโชคชะตาเล่นตลก ในช่วงที่มิ้นท์จองตั๋วไปนิวยอร์กเพื่อพักร้อนหลังออกจากงาน head designer ของ BOYY ก็แจ้งข่าวว่า senior designer ที่ Louis Vuitton กำลังหาคนอยู่ “เอาตรงๆ ตอนแรกไม่มั่นใจ คือเราจะทำของตัวเองแล้ว แต่โอกาสแบบนี้ก็ไม่ได้มีง่าย เราก็ควรจะลองดู” ซึ่งช่วงที่เธอไปนิวยอร์ก เป็นช่วงที่ senior designer คนที่ว่าอยู่ที่นิวยอร์กพอดี (เขาทำงานครึ่งเดือนที่ปารีส อีกครึ่งเดือนที่นิวยอร์ก) ทุกอย่างประจวบเหมาะทำให้เธอได้เข้าสัมภาษณ์งานกับ Vuitton

“บริษัทแฟชันส่วนใหญ่เวลาเขาสัมภาษณ์งานถ้าคุยกันรู้เรื่อง ชอบงานเรา เขาจะให้โปรเจกต์เรามาทำโดยให้เวลา 2-3 สัปดาห์หรือเดือนนึง พอออกแบบเสร็จแล้วเขาก็จะมีสัมภาษณ์กันอีกที กลายเป็นว่า vacation ที่นิวยอร์กของเราคือทำโปรเจกต์ให้ Vuitton ทั้งเดือน (หัวเราะ) พอ interview รอบสองเขาก็ค่อนข้างแฮปปี้กับงานเรามาก กลับไทยมา HR ก็อยากจ้างมาเป็น freelance women handbag designer ทำงาน full time จันทร์ถึงศุกร์ เข้าออฟฟิศเก้าโมง ออกทุ่มนึง เลยต้องย้ายมาปารีส ทำเป็นดีไซเนอร์กระเป๋าผู้หญิงทั้ง commercial แล้วก็ runway”

Louis Vuitton Fall 2020

ก่อนหน้านี้เธอทำแบรนด์ทั้งสเกลเล็กและใหญ่มาแล้ว พอได้มาอยู่ Louis Vuitton ก็ยิ่งต่างออกไป ความเป็นแบรนด์แฟชันที่ใหญ่มาก จึงเปิดโอกาสดีไซเนอร์แต่ละคนได้ออกแบบกระเป๋าทั้งหมดด้วยตัวเอง ตั้งแต่ตัวกระเป๋า กลไกการล็อกของกระเป๋า เลือกวัสดุ พัฒนาอะไหล่ทุกชิ้น ไปจนถึงการคุมราคากระเป๋าก่อนการสั่งผลิตจริง และได้ทำงานร่วมกับแผนกอื่นๆ ที่ไม่เคยทำ


“เขามีแผนกพัฒนาหนัง เราแค่บอกว่าอยากได้หนังประมาณนี้ หรือแผนกพัฒนาผ้า อยากได้ความนุ่มเนื้อผ้า หรือ hardware แบบไหน เราก็สเกตชสเกล 1 ให้เขา แล้วเขาก็จะไปขึ้น 3D print มาให้ พอมาทำเรื่องหนัง ทีมที่นี่มองว่าเราเป็นคนที่มีประสบการณ์มาแล้วคนนึง เพราะเราได้เรียนรู้จากที่ BOYY พี่ๆ สอนเราเยอะมาก”

มิ้นท์ร่วมงานกับ Louis Vuitton มาได้เกือบปี แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ covid-19 บริษัทได้ออกนโยบายระงับการต่อสัญญาและการว่าจ้างคนใหม่จนถึงสิ้นปี ทำให้สัญญาของเธอได้จบลง ความที่ยังไม่มีอะไรแน่นอนนี้ มิ้นท์ก็เลยคิดว่าการที่ย้ายมาอยู่ปารีสก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะสานต่อแบรนด์ของตัวเอง

“เราไม่แน่ใจว่าความหมายของการเป็นดีไซเนอร์ที่ดี มันคืออะไร มันมีแง่นึงที่เรายังรู้สึกว่า เราอาจจะยังทำได้ไม่ดีพอ บางครั้งเราค่อนข้างพยายามใส่ความเป็นตัวเองลงไปในแบรนด์เยอะ การที่เรียน fine art มา เราเลยติดนิสัยด้านนี้มาด้วย แต่ในความเป็นจริงดีไซเนอร์ที่ดีอาจจะใส่ความเป็นตัวเองไม่ต้องเยอะมาก เน้นสิ่งที่แบรนด์ต้องการเป็นหลัก เพราะดีไซเนอร์เป็นคนส่งสารด้านสุนทรียะของแบรนด์โดยตรง และด้วยเหตุผลนี้ เราเลยตัดสินใจที่จะเปิดแบรนด์ของตัวเอง

“การทำแบรนด์ตัวเองต้องวางแผนระยะยาว มันคือการตั้งคำถามกับตัวเองเยอะๆ แล้วค่อยๆ สร้างจากประสบการณ์ที่มีมา เราไม่อยากให้เป็นแบรนด์ปุบปับ ชั่วคราว หรือเป็นแค่กระแสนึง เราอยากให้มันมั่นคงระดับนึงก่อนจะปล่อยมันออกมา แต่ช่วงนี้ก็มีเพื่อนเริ่มติดต่อมาว่าอยากจะให้ช่วยดีไซน์กระเป๋าให้แบรนด์เขา นั่นนี่ ก็อาจจะรับอะไรเล็ก ๆ ไม่ปิดโอกาสถ้าจะมีอะไรเข้ามา เรารู้สึกว่า โอกาสอะไรก็ตามแต่ก็ควรจะเปิดรับไว้”

Instagram: arpanut.o

© 2020 Dudesweet Co., LTD.
บทความบางชิ้นบนเว็บไซต์ Third World เป็นเรื่องแต่ง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


หากไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า ท่านสามารถใช้ภาพถ่าย, ภาพวาด, ข้อความ, บทความ ที่เขียนและถ่ายโดยทีมงาน Dudesweet/Third World ไปทำซำ้หรือเผยแพร่ได้เลยโดยไม่ต้องขอนุญาตเรา และไม่จำเป็นต้องลงเครดิต เราไม่ซี